ใครจะคิดว่า “หูฟังตัดเสียงรบกวน” ที่เราใช้ฟังเพลง ทำงาน หรือเดินทาง อาจกลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในห้องผ่าตัด! งานวิจัยล่าสุดพบว่า การลดเสียงรบกวนระหว่างผ่าตัดอาจช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และความเจ็บปวดหลังผ่าตัดได้อย่างน่าสนใจ
แต่หูฟังธรรมดา ๆ จะช่วยเรื่องสุขภาพได้มากขนาดนั้นจริงหรือ? แล้วทำไมเสียงที่เราแทบไม่รู้สึกตัวว่าได้ยินขณะดมยาสลบ จึงอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของร่างกายได้?
เปิดงานวิจัยใหม่! แค่ใส่หูฟังระหว่างผ่าตัด อาการคลื่นไส้อาเจียนลดลง?
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2026 สมาคมวิสัญญีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Society of Anesthesiologists หรือ ASA) เผยแพร่ผลการทดลองที่นำเสนอในการประชุม ANESTHESIOLOGY 2026 ซึ่งสร้างความสนใจเกี่ยวกับประโยชน์ของหูฟังตัดเสียงรบกวนในทางการแพทย์
การทดลองดังกล่าวดำเนินการโดยทีมนักวิจัยจาก First Affiliated Hospital of Soochow University ประเทศจีน โดยศึกษาผู้ป่วย 192 คน ที่เข้ารับการผ่าตัดทางนรีเวชด้วยวิธีส่องกล้องภายใต้การดมยาสลบ
นักวิจัยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่สวมหูฟังตัดเสียงรบกวนระหว่างผ่าตัด และกลุ่มที่ไม่ได้สวมหูฟัง โดยผู้ป่วยทุกคนยังคงได้รับยาสลบและยาป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนตามมาตรฐานเหมือนกัน
ผลการทดลองภายใน 48 ชั่วโมงหลังผ่าตัดพบว่า
- ผู้ป่วยที่สวมหูฟัง มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน 35.4%
- ผู้ป่วยที่ไม่ได้สวมหูฟัง มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน 52.1%
ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่า กลุ่มที่สวมหูฟังมีความเสี่ยงเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนต่ำกว่าประมาณ 32% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้สวม และยังพบว่าอาการในช่วง 24 ชั่วโมงแรกมีความรุนแรงน้อยกว่าอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้ยังเป็นข้อมูลจากการนำเสนอในการประชุมวิชาการ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษายืนยันเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางการดูแลผู้ป่วยทั่วไป
ทำไมเสียงรบกวนถึงส่งผลต่อร่างกาย แม้เราจะกำลังดมยาสลบ?
หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อผู้ป่วยหมดสติจากการดมยาสลบแล้ว เสียงรบกวนจะส่งผลอะไรกับร่างกายได้อีก?
ความจริงแล้ว การดมยาสลบไม่ได้หมายความว่าสมองทุกส่วนหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง ระบบประสาทบางส่วนยังอาจประมวลผลสิ่งกระตุ้นจากสภาพแวดล้อมได้ แม้ผู้ป่วยจะไม่รับรู้เสียงนั้นอย่างมีสติก็ตาม
ภายในห้องผ่าตัดมีเสียงจากเครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องติดตามสัญญาณชีพ และการสื่อสารของบุคลากรอยู่ตลอดเวลา
นักวิจัยตั้งสมมติฐานว่า เสียงเหล่านี้อาจกระตุ้นการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย และส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจและกระบวนการคลื่นไส้อาเจียน
การลดเสียงรบกวนจึงอาจช่วยลดสิ่งกระตุ้นดังกล่าวได้
แต่ต้องเน้นว่า กลไกนี้ยังเป็นสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์แน่ชัดแล้ว
ไม่ใช่แค่คลื่นไส้! งานวิจัยยังพบว่าอาจช่วยลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด
ประโยชน์ของการลดเสียงรบกวนไม่ได้มีเพียงเรื่องอาการคลื่นไส้อาเจียนเท่านั้น
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร BJS Open เมื่อปี 2026 ได้ศึกษาผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดใหญ่บริเวณช่องท้อง โดยมีผู้ป่วย 302 คนอยู่ในการวิเคราะห์ขั้นสุดท้าย
ผลการศึกษาพบว่า ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
- กลุ่มที่สวมหูฟังตัดเสียงรบกวนระหว่างผ่าตัด พบอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง 23%
- กลุ่มที่ไม่ได้สวมหูฟัง พบอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง 49%
นอกจากนี้ กลุ่มที่ได้รับการลดเสียงรบกวนยังมีความต้องการยาแก้ปวดเพิ่มเติมน้อยกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอีกด้วย
ผลการศึกษาเหล่านี้ทำให้นักวิจัยมองว่า การจัดการเสียงในห้องผ่าตัดอาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเสริมการควบคุมความปวดหลังผ่าตัด โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มยาเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ติดตามผลเพียง 48 ชั่วโมง และยังไม่สามารถยืนยันว่าการสวมหูฟังจะช่วยลดอาการปวดเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อนระยะยาวได้
แล้วหูฟังตัดเสียงรบกวนทั่วไป ใช้แทนอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้หรือไม่?
แม้งานวิจัยจะให้ผลที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนควรนำหูฟังส่วนตัวเข้าไปสวมระหว่างผ่าตัดเอง
การใช้อุปกรณ์ในห้องผ่าตัดต้องได้รับการพิจารณาจากทีมแพทย์ ทั้งในด้านความสะอาด ความปลอดภัย ความเหมาะสมกับตำแหน่งผ่าตัด และการไม่รบกวนการทำงานของอุปกรณ์ติดตามผู้ป่วย
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ หลักฐานจากงานวิจัยเหล่านี้เป็นการใช้หูฟังระหว่างการผ่าตัด ไม่ใช่การพิสูจน์ว่าการใส่หูฟังหลังผ่าตัดด้วยตัวเองจะให้ผลเหมือนกัน
หากต้องการใช้หูฟังเพื่อลดเสียงรบกวนระหว่างพักฟื้น ควรสอบถามแพทย์หรือพยาบาลก่อน และต้องไม่ปิดกั้นการสื่อสารหรือเสียงเรียกที่สำคัญต่อความปลอดภัย
สรุป: หูฟังตัดเสียงรบกวน ช่วยให้ฟื้นตัวหลังผ่าตัดดีขึ้นได้จริงไหม?
คำตอบคือ “มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนับสนุนในบางด้าน แต่ยังไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้ป่วยทุกคน”
งานวิจัยที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่า การลดเสียงรบกวนระหว่างผ่าตัดอาจช่วยลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด รวมถึงลดโอกาสเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยบางกลุ่มได้
อย่างไรก็ตาม หูฟังตัดเสียงรบกวนไม่สามารถทดแทนการดมยาสลบอย่างปลอดภัย การใช้ยาแก้ปวด ยาป้องกันอาการคลื่นไส้ หรือการดูแลตามแผนการรักษาของแพทย์ได้
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากงานวิจัยเหล่านี้ อาจไม่ใช่เรื่องของหูฟังเพียงอย่างเดียว แต่เป็นแนวคิดใหม่ว่า “สภาพแวดล้อมที่เงียบและเหมาะสม อาจมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของผู้ป่วยมากกว่าที่เราเคยคิด”
เพราะบางครั้ง นวัตกรรมที่ช่วยให้การรักษาดีขึ้น อาจไม่ได้เริ่มต้นจากเครื่องมือราคาแพงหรือยาชนิดใหม่ แต่อาจเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ อย่างการลดเสียงรบกวนรอบตัวเรานั่นเอง
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผู้ป่วยควรปรึกษาทีมแพทย์ก่อนใช้อุปกรณ์ใด ๆ ระหว่างการผ่าตัดและการพักฟื้น














Leave a Reply