ถ้าพูดถึงอุปกรณ์ทำผมที่สร้างกระแสได้มากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ Dyson Airwrap น่าจะติดอันดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
ภาพของเส้นผมที่ค่อย ๆ ถูกแรงลม “ดูด” เข้าไปพันรอบแกนม้วนเองโดยแทบไม่ต้องใช้มือจับ กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของ Airwrap และเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนเห็นครั้งแรกแล้วเกิดคำถามทันทีว่า…
“มันทำได้ยังไง?”
คำถามต่อมาก็คือ อุปกรณ์ทำผมราคาเกือบสองหมื่นไปจนถึงหลักสามหมื่นบาท เครื่องนี้ดีจริงแค่ไหน และคุ้มไหมที่จะซื้อมาใช้เองที่บ้าน?
มาทำความรู้จัก Dyson Airwrap แบบเจาะลึกกัน
Dyson Airwrap คืออะไร?
Dyson Airwrap ไม่ได้เป็นเพียง “เครื่องม้วนผม” อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมแบบ Multi-Styler ที่สามารถเปลี่ยนหัวเพื่อทำหน้าที่ได้หลายอย่าง ตั้งแต่เป่าผม ม้วนลอน ทำผมตรงแบบ Blowout เพิ่มวอลลุ่ม ไปจนถึงช่วยเก็บผมชี้ฟู
หัวใจสำคัญของ Airwrap คือการใช้ กระแสลมแบบ Coanda ซึ่งทำให้เส้นผมถูกดึงเข้าหาพื้นผิวของแกนม้วนหรือแปรงโดยอัตโนมัติ แทนที่จะต้องนำเส้นผมไปพันกับแกนร้อนเหมือนเครื่องม้วนผมแบบดั้งเดิม
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเห็นคนใช้ Airwrap เราจะเห็นเส้นผมเหมือนถูก “ดูด” เข้าไปพันรอบแกนเอง
และก็เป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้หลายคนเริ่มอยากได้ขึ้นมาทันที
แล้ว Dyson Airwrap ทำอะไรได้บ้าง?
ความน่าสนใจของ Airwrap คืออุปกรณ์เพียงเครื่องเดียวสามารถรับบทเป็นเครื่องทำผมหลายประเภทได้ ขึ้นอยู่กับรุ่นและชุดหัวที่เลือกซื้อ
1. เป่าผมให้แห้ง
ก่อนเริ่มจัดแต่งทรง สามารถใช้ Airwrap เป็นเครื่องเป่าผมเพื่อไล่ความชื้นออกจากเส้นผมได้
บางหัวถูกออกแบบมาเพื่อเป่าผมจากเปียกให้แห้ง หรือเป่าจนหมาดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนจัดแต่งทรง ทำให้ไม่จำเป็นต้องหยิบไดร์อีกเครื่องมาสลับใช้
2. ม้วนลอนแบบไม่ต้องพันผมเอง
นี่คือความสามารถที่ทำให้ Airwrap โด่งดัง
เมื่อนำปลายผมเข้าใกล้แกนม้วน กระแสลมจะช่วยดึงเส้นผมให้เข้าไปโอบรอบแกนโดยอัตโนมัติ จากนั้นใช้ลมและความร้อนเพื่อสร้างรูปทรงของลอน
Airwrap รุ่นใหม่สามารถสร้างลอนได้ทั้งสองทิศทางด้วยแกนเดียว ทำให้สลับลอนซ้าย–ขวาได้สะดวกกว่า Airwrap รุ่นแรก ๆ
ในรุ่น Airwrap i.d. ยังมีแกนทรงกรวยที่ช่วยเข้าใกล้บริเวณโคนผมได้มากขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการลอนตั้งแต่ช่วงบนของเส้นผม
3. ทำผมตรงแบบ Blowout
คนที่ไม่ได้ชอบผมตรงแบบ “หนีบตรงเป๊ะ” แต่ต้องการลุคผมตรงพลิ้ว ๆ แบบเพิ่งออกจากร้านทำผม น่าจะชอบฟังก์ชันนี้
หัวแปรงของ Airwrap ใช้กระแสลมช่วยดึงเส้นผมเข้าหาแปรงขณะหวี ทำให้สามารถเป่าพร้อมจัดรูปทรงไปในตัว
ผลลัพธ์จะเป็นผมตรงที่ยังดูมีมิติและวอลลุ่มมากกว่าการใช้เครื่องหนีบผม
4. เพิ่มวอลลุ่มให้โคนและปลายผม
หัวแปรงกลมสามารถใช้ยกบริเวณโคนผมและม้วนปลายเพื่อสร้างลุคแบบ Salon Blowout ได้
โดยเฉพาะคนผมลีบแบนหรือผมยาวที่ต้องการให้ปลายงุ้มและมีวอลลุ่ม การมีหัวแปรงกลมอยู่ในเครื่องเดียวช่วยลดขั้นตอนการถือไดร์มือหนึ่งและแปรงอีกมือหนึ่งได้มาก
5. ลดผมชี้ฟู
Airwrap บางชุดมีหัวสำหรับเก็บ Flyaway หรือเส้นผมสั้น ๆ ที่ชี้ออกมาบริเวณผิวด้านนอกของทรงผม
Dyson ระบุว่าหัว Coanda Smoothing สามารถใช้กระแสลมในการช่วยทำให้ผมเรียบและซ่อนเส้นผมชี้ฟู เพื่อให้ Finish ดูเรียบร้อยขึ้น
ดังนั้นในเครื่องเดียว เราจึงสามารถไล่ตั้งแต่
เป่าผม → จัดทรง → ม้วนลอน → เพิ่มวอลลุ่ม → เก็บผมชี้ฟู
ได้ค่อนข้างครบ
แล้วเรื่อง “ไม่ทำร้ายเส้นผม” จริงแค่ไหน?
จุดขายสำคัญของ Airwrap คือการจัดแต่งทรงโดยใช้ กระแสลมร่วมกับการควบคุมความร้อน แทนการนำเส้นผมไปสัมผัสกับแผ่นหรือแกนที่มีอุณหภูมิสูงโดยตรงแบบอุปกรณ์จัดแต่งทรงหลายประเภท
นี่ไม่ได้หมายความว่าการใช้ความร้อนกับเส้นผมจะไม่มีผลเลย แต่หลักการของ Airwrap คือพยายามลดการพึ่งพาความร้อนสูงในการสร้างทรง
การทดสอบของ Good Housekeeping กับ Airwrap รุ่นก่อนหน้าพบว่าอุณหภูมิของหัวแปรงกลมในระดับสูงสุดอยู่ประมาณ 158°F หรือราว 70°C ซึ่งต่ำกว่าเครื่องมือจัดแต่งทรงด้วยความร้อนหลายประเภทที่อาจทำงานเหนือ 350°F หรือประมาณ 177°C
นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนซึ่งทำผมบ่อย ๆ สนใจ Airwrap เป็นพิเศษ
Airwrap i.d. ฉลาดขึ้นตรงไหน?
Airwrap รุ่นใหม่อย่าง Dyson Airwrap i.d. เพิ่ม Bluetooth และสามารถเชื่อมต่อกับแอป MyDyson ได้
ผู้ใช้สามารถสร้าง Hair Profile โดยตอบคำถามเกี่ยวกับลักษณะและความยาวของเส้นผม จากนั้นเครื่องจะสร้างลำดับการม้วนที่เหมาะกับข้อมูลของผู้ใช้ เช่น ระยะเวลาการพันผม ระยะเวลาให้ความร้อน และช่วง Cool Shot
พูดง่าย ๆ คือ Airwrap พยายามลดปัญหาคลาสสิกของมือใหม่อย่าง
“ต้องค้างไว้นานแค่ไหน?”
“ต้องใช้ลมเย็นตอนไหน?”
“ทำไมลอนข้างหนึ่งอยู่ แต่อีกข้างคลาย?”
ให้เครื่องช่วยจัดการขั้นตอนเหล่านี้แทน
สิ่งที่หลายคนชอบใน Dyson Airwrap
ข้อแรกคือ ความสะดวก
ถ้าปกติต้องมีทั้งไดร์ เครื่องม้วน เครื่องหนีบ และแปรงสำหรับ Blowout การรวมหลายหน้าที่ไว้ในอุปกรณ์เดียวทำให้โต๊ะเครื่องแป้งดูง่ายขึ้นมาก
ข้อสองคือ การทำลอนที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับมือใหม่
การเห็นผมค่อย ๆ พันเข้าหาแกนเองให้ความรู้สึกต่างจากการใช้แกนม้วนร้อนแบบเดิมอย่างชัดเจน และลดความกังวลเรื่องนิ้วหรือหนังศีรษะไปสัมผัสแกนร้อน
ข้อสามคือ ได้ลุคแบบ Blowout สวยเป็นธรรมชาติ
Airwrap เหมาะกับทรงผมที่ต้องการความพริ้ว วอลลุ่ม และลอนขนาดใหญ่ มากกว่าลอนแข็งหรือผมตรงแบบรีดแบน
และข้อสุดท้ายคือ ถ้าเป็นคนจัดแต่งทรงผมแทบทุกวัน การมีอุปกรณ์ที่ทำหลายหน้าที่อยู่ในเครื่องเดียวสามารถเปลี่ยน Routine ตอนเช้าได้ค่อนข้างมาก
แต่ Airwrap ไม่ได้สมบูรณ์แบบ
แน่นอนว่าอุปกรณ์ราคาเกือบสองหมื่นถึงสามหมื่นบาทก็ควรมีเรื่องให้คิดก่อนซื้อ
ราคาสูงมาก
นี่คือข้อเสียที่ชัดที่สุด
ปัจจุบัน Dyson ประเทศไทยมี Airwrap หลายระดับ ตั้งแต่ Airwrap Origin, Airwrap i.d. ไปจนถึง Airwrap Co-anda2x โดยราคาปกติแตกต่างกันตามรุ่นและชุดอุปกรณ์ และอยู่ในระดับหลักหมื่นบาททั้งหมด
ดังนั้นนี่ไม่ใช่อุปกรณ์ที่จะซื้อเพียงเพราะ “อยากลอง”
ถ้าซื้อแล้วใช้เดือนละหนึ่งหรือสองครั้ง ความคุ้มค่าจะลดลงอย่างชัดเจน
ต้องใช้เวลาฝึก
แม้โฆษณาจะดูเหมือนเพียงยื่นผมเข้าไปแล้วทุกอย่างเสร็จทันที แต่การแบ่งช่อผม ความชื้นของเส้นผม ทิศทางของแกน ระยะเวลาการม้วน และการใช้ลมเย็นล้วนมีผลต่อผลลัพธ์
รีวิวของผู้ใช้และสื่อก็มีทั้งสองด้าน บางคนจับทางได้ตั้งแต่ไม่กี่ครั้งแรก ขณะที่บางคนมองว่าต้องใช้เวลาฝึกพอสมควรกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอ
ลอนไม่ได้ติดทนเหมือนกันทุกคน
นี่เป็นอีกประเด็นที่ควรรู้ก่อนซื้อ
คนที่เส้นผมคลายลอนง่ายอยู่แล้วอาจพบว่าลอนจาก Airwrap ไม่ได้อยู่ทั้งวันโดยอัตโนมัติ เนื่องจาก Airwrap ใช้ความร้อนค่อนข้างอ่อนโยนเมื่อเทียบกับแกนม้วนร้อนทั่วไป
Good Housekeeping ระบุว่าผลลัพธ์แตกต่างกันตามประเภทเส้นผม และคนที่เส้นผมค่อนข้างต่อต้านการจับลอนอาจต้องอาศัยเทคนิคหรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงเพิ่มเติม
ดังนั้นคำว่า “ซื้อมาปุ๊บ ลอนสวยเหมือนช่างทำให้ทุกครั้ง” อาจไม่เกิดขึ้นกับทุกคน
แล้ว Dyson Airwrap คุ้มไหม?
คำตอบจริง ๆ คือ คุ้มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้มันบ่อยแค่ไหน
Airwrap จะดูสมเหตุสมผลมากขึ้นทันที หากคุณเป็นคนที่…
ทำผมก่อนออกจากบ้านเป็นประจำ
ชอบลอนใหญ่หรือทรง Blowout
ใช้ทั้งไดร์ เครื่องม้วน และเครื่องจัดแต่งทรงหลายชนิดอยู่แล้ว
ต้องการลดการใช้เครื่องมือที่อาศัยความร้อนสูงโดยตรง
และมีงบสำหรับอุปกรณ์ทำผมระดับพรีเมียม
สำหรับคนกลุ่มนี้ Airwrap ไม่ได้เป็นเพียง “เครื่องม้วนผมราคาแพง” แต่เป็นเครื่องมือที่เข้ามาแทนอุปกรณ์หลายชิ้นและถูกใช้งานซ้ำแทบทุกวัน
ในทางกลับกัน ถ้าปกติปล่อยผมธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ทำผมเฉพาะเวลาไปงาน หรือมีไดร์และเครื่องม้วนที่ใช้อยู่แล้วและพอใจกับผลลัพธ์ การจ่ายเงินระดับหลักหมื่นเพื่อ Airwrap อาจไม่สร้างความแตกต่างมากพอกับเงินที่เสียไป
ใครควรซื้อ Dyson Airwrap?
เหมาะมาก สำหรับคนที่จัดทรงผมหลายครั้งต่อสัปดาห์ ชอบ Blowout หรือลอนธรรมชาติ มีอุปกรณ์ทำผมหลายเครื่องอยู่แล้ว และต้องการลดขั้นตอนให้เหลือเครื่องเดียว
อาจยังไม่จำเป็น สำหรับคนที่ทำผมนาน ๆ ครั้ง ต้องการลอนแน่นที่ติดทนมากเป็นพิเศษ หรือซื้อเพราะเห็นคลิปในโซเชียลแล้วอยากทดลองเพียงอย่างเดียว
สรุป: เครื่องม้วนผมหลักหมื่น หรือของที่ซื้อครั้งเดียวแล้วใช้ทุกเช้า?
เสน่ห์ของ Dyson Airwrap ไม่ได้อยู่แค่ดีไซน์สวยหรือชื่อแบรนด์เท่านั้น
สิ่งที่ทำให้มันต่างคือวิธีคิดในการจัดแต่งทรงผม ตั้งแต่การใช้กระแสลม Coanda ให้เส้นผมพันรอบแกนเอง การรวมหลายขั้นตอนอยู่ในอุปกรณ์เดียว ไปจนถึง Airwrap i.d. ที่ช่วยตั้งลำดับการม้วนตามลักษณะเส้นผม
แต่คำว่า “คุ้ม” ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีที่แกะกล่อง
มันเกิดขึ้นเมื่อคุณใช้มันบ่อยพอ
ถ้าปกติคุณใช้เวลาเป่า ม้วน หนีบ และจัดทรงผมแทบทุกเช้า Dyson Airwrap อาจเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่แพงตอนซื้อ แต่ถูกหยิบมาใช้จนรู้สึกว่าขาดไม่ได้
แต่ถ้าหนึ่งเดือนทำผมจริงจังไม่กี่ครั้ง เครื่องม้วนหรือไดร์ดี ๆ ในราคาหลักพันก็อาจตอบโจทย์ได้ไม่ต่างกันมากนัก
ดังนั้นก่อนกดซื้อ อย่าถามเพียงว่า
“Dyson Airwrap ดีไหม?”
ลองถามตัวเองอีกคำถามว่า
“ถ้ามีมันอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เราจะหยิบมันมาใช้บ่อยแค่ไหน?”
เพราะคำตอบของคำถามนี้ต่างหาก ที่จะบอกได้ดีที่สุดว่า Dyson Airwrap ราคาเป็นหมื่นนั้น… คุ้มสำหรับคุณหรือเปล่า














Leave a Reply