บทความ.com

บริการเขียนบทความดี ๆ เสริฟถึงที่ให้คุณได้อ่าน

เครื่องสำรองไฟ (UPS) คืออะไร? ทำไมทุกบ้านถึงควรมี

ลองนึกภาพว่า คุณกำลังทำงานสำคัญบนคอมพิวเตอร์ อยู่ระหว่างประชุมออนไลน์ หรือกำลังบันทึกไฟล์ที่ใช้เวลาทำมาหลายชั่วโมง แล้วจู่ ๆ ไฟดับ ไฟตก หรือไฟกระชาก ขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว

นอกจากงานที่ยังไม่ได้บันทึกอาจหายแล้ว อุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิดยังมีโอกาสได้รับความเสียหายจากความผิดปกติของกระแสไฟอีกด้วย

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เครื่องสำรองไฟ หรือ UPS ถึงไม่ได้จำเป็นเฉพาะในสำนักงานหรือห้องเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นอุปกรณ์ที่ควรมีติดบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เน็ตเวิร์ก กล้องวงจรปิด หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูง

เครื่องสำรองไฟ UPS คืออะไร?

UPS ย่อมาจาก Uninterruptible Power Supply หรือ “เครื่องสำรองไฟฟ้า” เป็นอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่อยู่ภายใน ทำหน้าที่จ่ายไฟให้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ชั่วคราว เมื่อเกิดปัญหากับไฟฟ้าจากระบบหลัก

เมื่อไฟดับ UPS จะสลับมาใช้พลังงานจากแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติ ทำให้อุปกรณ์ไม่ดับลงทันที

แต่หน้าที่ของ UPS ไม่ได้มีเพียงการสำรองไฟเท่านั้น เพราะ UPS หลายรุ่นยังช่วยรับมือกับปัญหาด้านระบบไฟฟ้า เช่น

  • ไฟดับ
  • ไฟตก
  • ไฟเกิน
  • แรงดันไฟไม่คงที่
  • ไฟกระชาก

จึงช่วยลดความเสี่ยงที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะเสียหายจากความผิดปกติของกระแสไฟได้อีกทางหนึ่ง

UPS ทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานของ UPS สามารถอธิบายแบบง่าย ๆ ได้ว่า

ในช่วงที่ไฟฟ้าทำงานตามปกติ UPS จะรับไฟจากระบบไฟบ้านและส่งต่อไปยังอุปกรณ์ พร้อมกับชาร์จแบตเตอรี่ภายในเครื่องไปด้วย

แต่เมื่อไฟฟ้าดับหรือแรงดันผิดปกติ UPS จะตรวจจับเหตุการณ์ดังกล่าวและดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ออกมาใช้งานแทน

สิ่งสำคัญคือ UPS ไม่ได้มีไว้สำหรับให้เราใช้งานอุปกรณ์ต่อไปหลายชั่วโมงเสมอไป จุดประสงค์หลักในหลายกรณีคือช่วยให้อุปกรณ์ยังทำงานต่อได้อีกช่วงหนึ่ง เพื่อให้ผู้ใช้มีเวลา

  • บันทึกงาน
  • ปิดโปรแกรม
  • ปิดคอมพิวเตอร์อย่างถูกต้อง
  • รอไฟกลับมาในกรณีไฟดับช่วงสั้น
  • ให้อุปกรณ์สำคัญบางประเภททำงานต่อเนื่อง

เวลาในการสำรองไฟจริงจะขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่ กำลังไฟของ UPS และจำนวนอุปกรณ์ที่นำมาต่อใช้งาน

ทำไมทุกบ้านถึงควรมีเครื่องสำรองไฟ?

หลายคนอาจคิดว่า UPS จำเป็นเฉพาะกับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเท่านั้น แต่ในบ้านยุคปัจจุบัน เรามีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เชื่อมต่ออยู่กับระบบไฟฟ้ามากกว่าที่คิด

ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ เราเตอร์อินเทอร์เน็ต NAS ไปจนถึงระบบกล้องวงจรปิด

UPS จึงสามารถช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับการใช้งานภายในบ้านได้หลายด้าน

1. ช่วยป้องกันงานหายเมื่อไฟดับ

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ชัดเจนที่สุดสำหรับคนทำงานด้วยคอมพิวเตอร์

หากไฟดับก่อนกดบันทึกไฟล์ งานที่ทำมาหลายชั่วโมงอาจสูญหาย หรือไฟล์บางประเภทอาจเกิดความเสียหายได้

การมี UPS จะช่วยให้คอมพิวเตอร์ยังทำงานต่อได้ชั่วคราว ทำให้มีเวลาบันทึกงานและปิดเครื่องตามขั้นตอน

สำหรับคนที่ Work From Home, ทำงานกราฟิก, เขียนโปรแกรม, ตัดต่อวิดีโอ หรือทำงานกับไฟล์สำคัญเป็นประจำ UPS ถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก

2. อินเทอร์เน็ตยังใช้งานได้ แม้ไฟดับช่วงสั้น ๆ

บางครั้งเมื่อไฟดับ ระบบอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอาจยังทำงานอยู่ แต่เราเตอร์หรืออุปกรณ์กระจายสัญญาณภายในบ้านดับเพราะไม่มีไฟ

หากนำเราเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายมาต่อเข้ากับ UPS ระบบอินเทอร์เน็ตภายในบ้านก็อาจยังทำงานต่อได้ในช่วงที่มีไฟสำรอง

มีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่

  • ประชุมออนไลน์
  • ทำงานจากบ้าน
  • เรียนออนไลน์
  • ใช้งาน Smart Home
  • ต้องการให้อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยออนไลน์ตลอดเวลา

3. ช่วยให้กล้องวงจรปิดยังทำงานต่อ

ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรหยุดทำงานทันทีเมื่อไฟดับ

หากเครื่องบันทึกภาพ กล้องวงจรปิด หรืออุปกรณ์เครือข่ายเชื่อมต่อกับ UPS ระบบอาจยังสามารถบันทึกภาพต่อไปได้ในช่วงที่ไฟฟ้าหลักไม่ทำงาน

โดยเฉพาะบ้าน ร้านค้า หรือสำนักงานขนาดเล็ก การมีระบบสำรองไฟสำหรับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของระบบได้อย่างมาก

4. ลดผลกระทบจากไฟตกและแรงดันไฟไม่คงที่

บางพื้นที่อาจไม่ได้มีปัญหาไฟดับบ่อย แต่มีปัญหาไฟตกหรือแรงดันไฟฟ้าไม่สม่ำเสมอ

เหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้คอมพิวเตอร์รีสตาร์ต อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ หรือสร้างความเครียดให้กับวงจรอิเล็กทรอนิกส์

UPS บางประเภทมีระบบช่วยปรับแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อนส่งไปยังอุปกรณ์ ช่วยให้การจ่ายไฟมีความเสถียรมากขึ้น

5. ช่วยปกป้องอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูง

ลองเปรียบเทียบราคาของ UPS กับอุปกรณ์ที่เราใช้งานอยู่ทุกวัน

คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องอาจมีราคาหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท ระบบ NAS อาจมีข้อมูลสำคัญที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ ขณะที่อุปกรณ์เครือข่ายและกล้องวงจรปิดก็มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

ดังนั้น UPS จึงสามารถมองได้ว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงให้กับอุปกรณ์ราคาแพงเหล่านี้

อุปกรณ์อะไรบ้างที่เหมาะกับการต่อ UPS?

อุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับการใช้งานร่วมกับ UPS มักเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ควรดับกะทันหัน หรือควรทำงานต่อเนื่อง เช่น

  • คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
  • จอมอนิเตอร์
  • เราเตอร์และโมเด็มอินเทอร์เน็ต
  • Network Switch
  • NAS
  • Server ขนาดเล็ก
  • เครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด DVR/NVR
  • อุปกรณ์ Smart Home บางประเภท
  • อุปกรณ์สำนักงานที่ต้องการไฟต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดควรนำมาต่อกับ UPS ทั่วไป

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินกำลังสูง เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น เตารีด กาต้มน้ำ หรืออุปกรณ์ที่มีมอเตอร์ขนาดใหญ่ อาจต้องใช้ UPS หรือระบบสำรองไฟที่ออกแบบมาสำหรับโหลดประเภทนั้นโดยเฉพาะ

UPS มีแบบไหนบ้าง?

โดยทั่วไป UPS ที่พบในท้องตลาดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก

Offline / Standby UPS

เป็น UPS ระดับพื้นฐาน เหมาะกับการใช้งานทั่วไป เช่น คอมพิวเตอร์ภายในบ้านหรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ต้องการคุณภาพไฟสูงมาก

ข้อดีคือราคาไม่สูงและใช้งานง่าย

Line Interactive UPS

เป็นประเภทที่นิยมใช้ทั้งในบ้านและสำนักงาน มีระบบช่วยปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ AVR ทำให้สามารถรับมือกับไฟตกและไฟเกินได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ทุกครั้ง

เหมาะกับคอมพิวเตอร์ เราเตอร์ NAS และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป

Online UPS

UPS ประเภทนี้ให้ความต่อเนื่องและคุณภาพไฟในระดับสูง เหมาะสำหรับ Server ระบบเครือข่าย อุปกรณ์ทางธุรกิจ หรือระบบที่ไม่ควรมีการสะดุดของกระแสไฟ

ราคามักสูงกว่า UPS ประเภทอื่น แต่เหมาะกับงานที่ต้องการความเสถียรเป็นพิเศษ

เลือก UPS อย่างไรให้เหมาะกับบ้าน?

การเลือก UPS ไม่ควรดูแค่ว่าเครื่องมีขนาดใหญ่หรือแบตเตอรี่เยอะเท่านั้น แต่ควรพิจารณาจากอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งานร่วมกันด้วย

สิ่งที่ควรดู ได้แก่

กำลังไฟของอุปกรณ์

ควรคำนวณว่าอุปกรณ์ทั้งหมดที่นำมาต่อกับ UPS ใช้กำลังไฟรวมประมาณเท่าไร เพื่อเลือก UPS ที่รองรับกำลังไฟได้เพียงพอ

ค่า VA และ Watt

UPS มักระบุทั้งค่า VA และ Watt ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญในการบอกความสามารถในการรองรับโหลด ไม่ควรเลือก UPS ที่มีกำลังใกล้เคียงกับอุปกรณ์มากเกินไป ควรเผื่อกำลังไว้สำหรับการใช้งานจริงและการเพิ่มอุปกรณ์ในอนาคต

ระยะเวลาสำรองไฟ

หากต้องการเพียงเวลาสำหรับบันทึกงานและปิดเครื่อง อาจไม่จำเป็นต้องใช้รุ่นที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่มาก

แต่ถ้าต้องการให้เราเตอร์ NAS หรือระบบกล้องวงจรปิดทำงานต่อเป็นเวลานาน ก็ควรพิจารณารุ่นที่รองรับระยะเวลาสำรองไฟมากขึ้น

ระบบ AVR และระบบป้องกันไฟกระชาก

สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาแรงดันไฟฟ้าไม่เสถียร คุณสมบัติเหล่านี้ควรเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อ

บริการหลังการขายและแบตเตอรี่ทดแทน

แบตเตอรี่ภายใน UPS เป็นอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งาน เมื่อใช้งานไปหลายปีประสิทธิภาพจะลดลง ดังนั้นควรเลือกรุ่นที่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่าย และมีศูนย์บริการหรืออะไหล่รองรับ

มี UPS แล้ว ต้องดูแลอย่างไร?

แม้ UPS จะเป็นอุปกรณ์ที่สามารถเสียบแล้วใช้งานได้ทันที แต่หากต้องการให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ควรดูแลเป็นระยะ

ควรทดลองระบบสำรองไฟเป็นครั้งคราว ตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ หลีกเลี่ยงการใช้งานเกินกำลังที่กำหนด และติดตั้ง UPS ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ร้อนหรือชื้นจนเกินไป

หากพบว่าเวลาสำรองไฟลดลงผิดปกติ หรือ UPS แจ้งเตือนเกี่ยวกับแบตเตอรี่ ก็ควรตรวจสอบและเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามความเหมาะสม

UPS อาจเป็นอุปกรณ์ที่คุณไม่รู้สึกว่าจำเป็น…จนกระทั่งไฟดับ

เครื่องสำรองไฟอาจไม่ใช่อุปกรณ์ชิ้นแรกที่หลายคนนึกถึงเวลาจัดโต๊ะคอมพิวเตอร์หรือสร้างระบบ Smart Home

แต่เมื่อเกิดไฟดับขึ้นจริง การมีเวลาเพิ่มอีกเพียงไม่กี่นาทีสำหรับบันทึกงาน ปิดคอมพิวเตอร์ หรือรักษาการทำงานของอินเทอร์เน็ตและระบบกล้องวงจรปิดเอาไว้ อาจสร้างความแตกต่างได้มากกว่าที่คิด

สำหรับบ้านที่มีคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย NAS กล้องวงจรปิด หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง UPS จึงไม่ใช่แค่เครื่องสำรองไฟ แต่เป็นอีกหนึ่งชั้นของการป้องกันให้กับทั้งอุปกรณ์และข้อมูลสำคัญภายในบ้าน

เพราะสุดท้ายแล้ว เราอาจควบคุมไม่ได้ว่าไฟจะดับเมื่อไร แต่เราสามารถเตรียมพร้อมไม่ให้งาน ข้อมูล และอุปกรณ์ต้องดับตามไปด้วยได้

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


รับทำ seo  By Seo Mutelu   Power By Buyall  บริษัทในเครือ Ta  และทีมพัฒนา itos  สนับสนุนโดย บริษัทปั้นมากับมือจำกัด สนับสนุนบทความดี ๆ จาก บทความ ดูแลการซื้อขายของเก่า โดยซาเล้่ง