เครื่องฟอกอากาศ Dyson (Dyson Purifier) ถือเป็นไอเทมที่ยกระดับมาตรฐานความสะอาดในบ้าน ด้วยจุดเด่นที่ผสาน “พัดลมไร้ใบพัด” เข้ากับ “ระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง” จนกลายเป็นของแต่งบ้านที่ใช้งานได้จริง หากคุณมีเครื่องฟอกอากาศต้องการขายทิ้ง แนะนำร้านรับซื้อเครื่องฟอกอากาศ ให้ราคาดีมาก
ในปี 2026 นี้ Dyson ได้พัฒนาเซนเซอร์และระบบกรองให้ละเอียดขึ้นมาก โดยสามารถแบ่งรุ่นหลักๆ และเจาะลึกข้อดี-ข้อเสียได้ดังนี้ครับ ถ้าหากคุณมี เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อ dyson แนะนำร้านรับซื้อเครื่องฟอกอากาศ dyson
## 1. กลุ่มมาตรฐาน: Dyson Purifier Cool (ตระกูล TP)
เป็นรุ่นทรงสูงที่เน้นการฟอกอากาศพร้อมส่งลมเย็นกระจายทั่วห้อง เหมาะกับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน
- รุ่นแนะนำ: TP07 (รุ่นยอดนิยม) และ TP09 (Formaldehyde)
- ข้อดี:
- การกรอง 360 องศา: ตัวกรอง HEPA 13 แบบปิดผนึก (Fully Sealed) กันอากาศสกปรกเล็ดลอด
- กำจัดฟอร์มาลดีไฮด์ (เฉพาะ TP09): มีเซนเซอร์และตัวกรองทำลายก๊าซพิษจากเฟอร์นิเจอร์ใหม่ได้ถาวร
- เสียงเงียบ: ออกแบบมาให้ทำงานเงียบกว่ารุ่นเก่าถึง 20%
- ข้อเสีย:
- ขนาด: ตัวเครื่องค่อนข้างสูง กินพื้นที่ในแนวตั้ง
- แรงลม: แม้จะเย็นสบาย แต่ไม่สามารถใช้แทนพัดลมแรงๆ ในวันที่อากาศร้อนจัดได้
## 2. กลุ่มเน้นความแรงและห้องกว้าง: Dyson Purifier Big+Quiet
ออกแบบมาเพื่อห้องโถงใหญ่หรือออฟฟิศ เน้นการหมุนเวียนอากาศปริมาณมากแต่ทำงานเงียบกริบ
- รุ่นแนะนำ: BP03 / BP04
- ข้อดี:
- พลังลมมหาศาล: ส่งลมไปได้ไกลกว่า 10 เมตร และฟอกอากาศในห้องกว้างได้รวดเร็ว
- เซนเซอร์ CO2: ตรวจวัดระดับคาร์บอนไดออกไซด์และแจ้งเตือนเมื่อควรเปิดระบายอากาศ
- เงียบที่สุด: แม้จะตัวใหญ่แต่เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม (สมชื่อ Big+Quiet)
- ข้อเสีย:
- ราคาสูงมาก: เป็นรุ่นที่มีราคาสูงที่สุดในกลุ่ม
- น้ำหนัก: เครื่องหนักและย้ายลำบาก (แม้จะมีล้อเลื่อนด้านล่าง)
## 3. กลุ่มเพิ่มความชื้น: Dyson Purifier Humidify+Cool (ตระกูล PH)
เหมาะสำหรับห้องแอร์ที่อากาศแห้งจนแสบจมูก หรือคนที่มีปัญหาผิวแห้ง
- รุ่นแนะนำ: PH03 / PH04
- ข้อดี:
- 3-in-1: ฟอกอากาศ, ให้ลมเย็น และเพิ่มความชื้นในเครื่องเดียว
- ระบบฆ่าเชื้อ UV-C: มีเทคโนโลยีฆ่าเชื้อแบคทีเรียในน้ำก่อนจะพ่นออกมาเป็นไอชื้น
- ข้อเสีย:
- การบำรุงรักษา: ต้องคอยเติมน้ำและล้างถังน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันเชื้อราหรือตะกรัน
- น้ำหนัก: เมื่อเติมน้ำเต็ม เครื่องจะค่อนข้างหนัก
## 4. กลุ่มตัวเล็กตั้งโต๊ะ: Dyson Purifier Cool Gen1 / HP Series
เน้นความคล่องตัว หรือรุ่นที่ทำได้ทั้ง “ลมเย็นและลมร้อน”
- รุ่นแนะนำ: HP07 / HP09 (Hot + Cool)
- ข้อดี:
- ใช้งานได้ทุกฤดู: รุ่น HP สามารถทำความร้อนได้ เหมาะมากสำหรับที่พักในที่สูงหรือใช้ในต่างประเทศ
- ขนาดกะทัดรัด: วางบนโต๊ะหรือพื้นที่จำกัดได้ดี
- ข้อเสีย:
- รัศมีการกรอง: ไม่เหมาะกับห้องขนาดใหญ่มากนัก
- กินไฟ (เฉพาะโหมดลมร้อน): การทำความร้อนใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูง
## ตารางสรุปข้อดี-ข้อเสียภาพรวม
| หัวข้อ | ข้อดีของ Dyson | ข้อเสียที่ต้องพิจารณา |
| ประสิทธิภาพ | กรอง PM0.1 และไวรัสได้ 99.95% | ราคาแผ่นกรองแท้ค่อนข้างสูง |
| ดีไซน์ | สวยทันสมัย ไร้ใบพัด ปลอดภัยต่อเด็กและสัตว์เลี้ยง | ตัวเครื่องเป็นพลาสติก แม้จะพรีเมียมแต่ต้องระวังรอยขีดข่วน |
| เทคโนโลยี | สั่งงานผ่าน App Dyson Link และเสียงได้แม่นยำ | ต้องมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi ตลอดเวลาเพื่อใช้ฟีเจอร์เต็มรูปแบบ |
| ความคุ้มค่า | เป็นทั้งพัดลมและเครื่องฟอกอากาศในตัวเดียว | หากมองแค่การฟอกอากาศ แบรนด์อื่นในราคาเท่ากันอาจฟอกได้เร็วกว่า |
คำแนะนำในการเลือก:
- หากมี บ้านใหม่ หรือเพิ่งซื้อเฟอร์นิเจอร์: แนะนำ TP09 เพราะเน้นกำจัดฟอร์มาลดีไฮด์
- หากใช้ใน ห้องนอนทั่วไป: TP07 คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
- หากใช้ใน ห้องรับแขกใหญ่ๆ: ต้องไปที่ Big+Quiet (BP03) เท่านั้นครับ






Leave a Reply